เวิ่นเว้อ .. จะเรียนอะไรดี ?

posted on 14 May 2012 09:32 by vampireassistant-13 in Diary directory Diary
หายไปนานมากกกกกกกกกกกเลยทีเดียวกับการเขียนบล็อก
ขึ้นม.ปลายแล้ว เกรดไม่ดีเอาเสียเลย  Foot in mouth 
(หรืออันที่จริงเราควรเรียนสายศิลป์ฟระ)
 
ตอนนี้จะขึ้นม.6 แล้ว 
ถ้าพูดถึงคณะที่อยากจะเข้าเรียนจริงๆ ก็มีอยู่ 2-3 คณะ
 
อันดับแรกเลยคือ แพทย์พระมงกุฏฯ
จริง ๆ แล้ว ตั้งแต่เ้ด็กจนโตเนี่ย ไม่เคยมีความคิดว่าอยากจะเป็นหมออยู่ในหัวเลยนะ
อาจเพราะ เราค่อนข้างเรียนเก่ง แล้วคนรอบข้างคาดหวังอยากให้เป็นหมอด้วยมั้ง
หวานซึ่งเป็นพวกชอบแหกคอก ก็เลยแอนตี้ ไม่อยากเป็นหมอไปเลย
แต่พอเริ่มโตขึ้นๆ ความคิดก็เปลี่ยนไป
 
'' เป็นหมอก็โอเคดีเหมือนกันแฮะ ''
 
จนมารู้ว่า มีอาชีพหมอทหารอยู่บนโลก ก็แบบ ...
โอ้วววววววววว ใช่เลย
เอาหมอ+ทหารมารวมกัน ฮ่าๆๆๆ
 
คือ บางคนอาจถามว่าทำไมต้องเป็นหมอทหาร เป็นหมอธรรมดาไม่ได้เหรอ
ก็อยากบอกว่ามันเป็นความชอบ ความคลั่งส่วนบุคคลค่ะ
เป็นคนที่ชอบทหารมาก  ฮาาาาาาาา
ชอบโดนฝึกโหด ๆ รู้สึกว่ามันสะใจดี
 
ถ้าได้เรียนจริงๆ ก็ได้ฝึกตั้ง 2 ปี  Surprised
 
แต่ปัญหา คือ แพทย์พระมงกุฏเค้ารับน้อยมากๆ เลยอะ 
ผู้หญิงเค้ารับแค่ 40 คนเอง  Tongue out
 
ยังไม่พอยังมีคะแนนวิชาเลขมาขวางอีก
เพราะ หวานเป็นคนที่อ่อนคณิตมากๆ
จะไม่ผ่านเกณฑ์ก็เพราะไอ้วิชานี้แหละ
 
ก็เลยทำใจ ถ้าไม่ติดก็ปลงละ
แต่ยังไงก็ขอลองสอบดูก่อนละกัน
 
 
ต่อมาก็คือ นิติศาสตร์
พอดีว่าพอหวานเป็นทนาย
ตอนเด็ก ๆ ที่ัยังไม่รู้ว่าจะเรียนอะไร
ก็เลยโดนพ่อไซโคทุกวัน
ว่าให้เป็นผู้พิพากษา
ผู้พิพากษาดีอย่างนั้น ดีอย่างนี้
อันที่จริงก็เฉยๆ น่ะ
แต่ก็เออออห่อหมกไป เอาใจพ่อเท่านั้นเอง
 
แต่พอโตขึ้นก็รู้สึกว่า เฮ้ย! เรียนนิติศาสตร์นี่มันน่าสนุกอ่ะ
แบบมันฝึกการวิเคราะห์ การใช้เหตุผลด้วย
ไม่ใช่แค่เรื่องความจำอย่างเดียว
 
แถมผู้พิพากษาหญิงก็เท่สุด ๆ อีกตะหาก
 
คณะนี้ก็เลยลอยลำมาอยู่ในอ้อมใจอีกคณะนึง
 
ซึ่ง ณ จุดๆนี้ คณะนี้เป็นเป้าหมายหลักละ
ความฝันสูงสุดก็คือเอนท์ตรงได้นิิติศาสตร์ มธ.
 
 
อีกคณะนึงก็ คือ IR หรือ รัฐศาสตร์การทูตสาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ก็ไม่ได้เป็นคนชอบการมงการเมืองอะไรหรอกนะฮะ
แต่ชอบภาษาเป็นอย่างเว่อร์
แถมถ้าได้เป็นทูตก็ได้ไปต่างประเทศอีก
ดั่งฝัน วันเดอร์ฟูลจริงๆ
 
แต่ใครๆก็รู้ว่าการจะเป็นทูตมันไม่ได้ง่ายเลย
บางคนก็บอกว่าถ้าไม่มีเ้ส้นก็อย่าหวังเลยว่าจะได้เป็น
 
ส่วนตัวหวานเอง เคยมีอยู่ครั้งหนึ่ง
ที่ครูที่โรงเรียนถามว่า
 
"โตขึ้นอยากเป็นอะไร"
 
ก็ตอบไปว่า "อยากเป็นทูตค่ะ"
 
ครูตอกกลับมาเลยว่า
 
"เธอนามสกุลอะไร ดูนามสกุลตัวเองก่อน ถ้านามสกุลบ้านๆ แบบนี้ไปเรียนอย่างอื่นเถอะ''
 
ก็ถึงกับอึ้งเลยทีเดียว ก็รู้ว่าไม่ได้เป็นผู้ดีมีสกุลอะไร
แต่คนเราก็มีสิทธิ์ัฝันได้ไม่ใช่เหรอ
ครูพูดซะหวานฝันสลายไปเลยอ่ะ
 
ยังไงหวานก็คิดว่าทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับความสามารถของตัวเอง
ถ้าเราเก่้งจริง ต่อให้นามสกุลเราไม่ดัง
เค้าจะห้ามไม่ให้เราสอบเข้ากระทรวงต่างประเทศได้เหรอ
แต่จะสอบได้ไหมก็อีกเรื่องนึงนะ
 
 
สุดท้าย
อันนี้คงเป็นความฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง
คณะอักษรฯ
คือ อย่างทีเคยบอกไปแล้ว ว่าหวานชอบเรียนภาษามากๆ
คณะนี้ก็เลยเป็นคณะในดวงใจอีกเหมือนกันนะ
แต่โดนแม่สกัดดาวรุ่งซะก่อน
ด้วยเหตุผลที่ว่าจบมาแล้วจะทำอะไรกิน
หนังสืออะ ถ้าอยากเขียนก็เขียนเองก็ได้
ไม่เห็นจะต้องไปเรียนเลย
หาอาชีพที่มั่นคงทำ แ้ล้วเขียนหนังสือเป็นงานอดิเรกก็ยังได้
 
Foot in mouth
 
คณะนี้ก็เลยตกกระป๋องไป
 
วันนี้พอแค่นี้ก่อนแ้ล้วกันนะคะ
เดี๋ยวมีเรียนพิเศษต่อ
 
ปล.อันที่จริงกะจะอัพเอ็นทรีเีล่าเรื่องผีซะหน่อย
คิดว่าจะเกริ่นถึงสถานการณ์ปัจจุบันให้ฟังก่อน
แต่กลายเป็นเวิ่นเว้อเรื่องคณะที่จะเรียนซะงั้น  Cry
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

@prakarangnamsaii  ไม่เป็นไรจ้า ขอบคุณที่มาเมนท์ให้เราเช่นกัน
คิดว่าเราเหมาะกับหมอเหรอ cry
เราถามเพื่อน เพื่อนบอกได้ทั้งนั้นอะ  sad smile
กรรม อุตส่าห์ขอคำแนะนำ
เอ้อ แต่เราเป็นคนพูดเก่งไง ส่วนใหญ่เลยเชียร์ให้เราเป็นทูตกัน
//เกินเอื้อมมม open-mounthed smile

#3 By VampMazter - XIII on 2012-07-02 22:19

ความจริงปล้ว อาชีพอะไรก็ดีทั้งนั้น แต่สำหรับเราคิดว่า 
หวานเหมาะกับหมอมากกว่า ยิ่งได้ภาษายิ่งดี
แล้วงานอดิเรกคือเขียนหนังสือ ก็เขียนได้เหมือนกัน
เห็นหมอบางคนเขียนไปทำงานไป ได้ดีทั้งสองด้านก็เยอะนะ :)
ปล.เราเคยคิดอยากเป็นแพทย์ พระมงกุฏเหมือนกัน big smile
ขอบคุณที่มาคอมเม้นท์ในบล็อกหนังเรานะ
นั่นสินะป็นเหมือนเราเลยที่ตอนนี้เจอหลายทางแยกอยู่
แต่ยังไงก็พยายามเข้านะคะเป็นกำลังใจให้ค่ะconfused smile

#1 By Azusa on 2012-05-14 10:54

VampMazter - XIII View my profile