คลิปนี้เป็นภาษาสเปนซะส่วนใหญ่ เพราะ คนสัมภาษณ์ Lucas Gordon เป็นคนอาร์เจนติน่านะคะ
นานๆ ทีจะได้เห็นสองคนนี้ให้สัมภาษณ์เยอะขนาดนี้
แถมแบรดได้โชว์สกิลพูดภาษาสเปนซะด้วย !!
โชคดีที่ตรงไหนพูดภาษาสเปนก็มีซับไตเติ้ลให้ไม่งั้นหวานแย่แน่เลย
ขอให้สนุกนะคะ
 
(ตรงไหนที่ใส่ตัวเอียงไว้คือในคลิปพูดภาษาสเปนน้า)
 
** แวะเข้ามาอ่านแล้วอย่าลืมคอมเมนท์เป็นกำลังใจให้หวานหน่อยนะคะ Embarassed
 
 
Lucas : สวัสดีครับทุกคน ผมกำลังอยู่กับสมาชิกวง Linkin Park แบรด เดลสันและโจ ฮาน 
 
//ทักทายกันเป็นภาษาสเปน
 
Brad : ดีนะ ที่เขาพูดภาษาสเปนไม่ได้ //ชี้ไปทางโจ เพราะ เขาจะไม่เข้าใจสิ่งที่เราพูด เราจะได้พูดเรื่องฮาๆ ได้ เราสามารถพูดเรื่องที่แย่สุดๆ โดยที่เขาไม่รู้เรื่องเลย 
 
ถึงตรงนี้พิธีกรเล่นด้วยทันที โดยการถามว่า
 
Lucas : กลิ่นตัวโจแย่แค่ไหน Cry
 
Brad : เขาเป็นคนที่มีกลิ่นตัวแย่โคตรๆ //หันไปบอกโจว่า ผมบอกเขาว่าคุณสำคัญกับการทำอัลบั้มมากๆ Surprised
เขาต่อ Playmobil ตลอดเวลา ทำให้เราไม่มีสมาธิในห้องอัด //บอกโจว่าผมบอกเขาอีกว่าคุณสำคัญต่ออัลบั้มจริงๆ
 
Joe : ผมรู้ว่าเขาพูดอะไรนะ
 
Lucas : เขาตดบ่อยด้วยใช่ไหม
 
Brad : แน่นอนที่สุด !
 
//โจส่ายหัวและอมยิ้มนิดๆ 555555555

 
Lucas : บอกหน่อยว่าทำไมคุณถึงโปรดิวซ์อัลบั้มนี้ด้วยตัวเองแทนที่จะให้ Rick Rubin (โปรดิวเซอร์คนก่อน) ทำ
 
Brad : เรารักริคนะและเราได้ทำอัลบั้มที่เรารักออกมาร่วมกับริค ในอัลบั้มนี้เราตั้งใจให้มันออกมาก้าวร้าวและมาจากสัญชาตญาณล้วนๆ ไมค์อยากจะให้พวกเราทำทั้งอัลบั้มนี้กันเอง แบบนี้มันจะเป็นธรรมชาติกว่า ด้วยมุมมองที่ชัดเจนในการทำงานของพวกเรา เราทำอัลบั้มกันในห้องอัดแบบประหยัด เราภูมิใจกับอัลบั้มนี้มากๆ 
 
 
Lucas : ใช่ ผมได้ยินมาว่าอัลบั้มนี้ดีจริงๆ เอาล่ะ โจ บอกผมหน่อยว่าอัลบั้มนี้แตกต่างกับอัลบั้มก่อนหน้ายังไง
 
Joe : //โจพยายามพูดภาษาสเปนแบบกระท่อนกระแท่น เอ่อ มันดีมากและเป็นที่นิยมมาก
 
Brad : มันตลกดีนะ ขนาดเขาพูดสเปนยังทำท่าทางเหมือนตอนพูดอังกฤษเป๊ะเลย ฟังไม่รู้เรื่องเหมือนกันด้วย
 
Lucas : เขามาจากอีกโลกหนึ่งสินะฮะ
 
Brad : ใช่เลย
 
Lucas : คุณเป็นร็อกสตาร์
 
Brad : เขาบอกว่านายเป็นร็อกสตาร์น่ะ
 
Joe : อ๋อ

 
Lucas : //หันมาถามแบรด ตกลงว่าอัลบั้มนี้แตกต่างจากอัลบั้มก่อนยังไงบ้าง
 
Brad : อัลบั้มนี้มีแนวทางที่ชัดเจนมาก เราตั้งใจจะทำสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความรักในการเล่นดนตรีของเราและแรงบันดาลใจที่เรามีตอนเป็นวัยรุ่น ตอนที่เราเพิ่งหัดเล่นกีตาร์ ตีกลอง สแครชแผ่น ร้องเพลง เราใช้เวลา 6 เดือนที่ผ่านมาทำสิ่งที่ทั้งเป็นสัญชาตญาณดิบและไพเราะในเวลาเดียวกัน  เราพยายามอย่างมากที่จะทำอัลบั้มที่แสดงถึงวงของเราในตอนนี้ และก้าวไปข้างหน้า ไม่ใช่ทำสิ่งที่เคยทำมาแล้ว

 
Lucas : โจ คุณคิดว่าอัลบั้มนี้มีอะไรใหม่บ้าง
 
Joe : ผมไม่รู้ว่าอะไรที่เรียกว่าใหม่ได้บ้าง มีสิ่งใหม่ๆ เยอะเลย ผมว่าน่าจะเป็นพลังในการค้นหาที่มากกว่าที่เคยเป็นมา การทดลองกับเสียง ทดลองกับเครื่องดนตรี เสียงร้อง ทำให้ทุกอย่างลงตัว เข้าหาความมินิมัล แล้วก็ให้รุนแรงขึ้นด้วย ผมรู้สึกว่าเรามีความตั้งใจชัดเจนที่จะเอาส่วนประกอบต่างๆ มารวมกันเพื่อทำให้เป็น Linkin Park ในแบบที่เจ๋งที่สุด

 
Lucas : พวกคุณอยู่ด้วยกันมานานมาก คุณทำยังไงถึงยังอยู่ด้วยกันและก้าวไปในทิศทางเดียวกันได้
 
Brad : มันง่ายที่จะยังเป็นเพื่อนกันเมื่อเราพูดกันคนละภาษา อีกฝ่ายจะได้ไม่เข้าใจว่าเราพูดอะไร นั่นคือหลักการของผม 
 
นั่นมุกใช่ม้ายยยยยยยยยยยยยยยยย

 
Lucas : แล้วคุณล่ะโจ ยังจำคำถามของผมได้หรือเปล่า
 
Joe : เมื่อกี๊คุณถามว่าอะไรนะ
 
Lucas : คุณทำยังไงถึงยังอยู่ด้วยกัน
 
Joe : อ๋อ เรานัดเจอกันบ่อยๆ ไปเที่ยวด้วยกัน เรามักจะพูดเสมอๆ ว่ามามองสิ่งนี้ในแง่ดีเถอะ
 
Lucas : คุณไม่ทะเลาะกันเรื่องสาวๆ ใช่ไหม
 
Joe : ไม่นะ เราไม่ทะเลาะกัน
 
 
Lucas : พวกคุณเอาแนวเพลงฮิพฮอพและเมทัลมารวมกัน ก่อนจะมาประสบความสำเร็จได้คุณเคยเจอปัญหาเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างแนวดนตรีบ้างไหม
 
Brad : สำหรับเรามันเป็นความท้าทายเสมอ อย่างแรกคือ การพยายามจะทำสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ อะไรที่บ่งบอกว่าวงเรามีจุดยืนที่ไม่เหมือนใคร และหลายๆ ครั้งที่นั่นหมายถึงการทำสิ่งที่คนอื่นเขาไม่ทำกัน แม้กับวงอย่างเรา แม้กับอัลบั้มนี้ เมื่อไรก็ตามที่คุณต้องการจะแหวกกระแส ก็จะมีคนพูดว่าอย่าได้ทำอย่างนั้นนะ ถ้าคุณได้ฟังเพลงในคลื่นวิทยุอัลเทอร์เนทีฟหรือร็อกตอนนี้ คุณแทบจะไม่ได้ยินเสียงกีตาร์ เหมือนไม่มีกีตาร์อยู่ในเพลงเลย เราเลยอยากจะทำเพลงที่มีเสียงกีตาร์หนักๆ ดู มีคนบอกเราว่ามันเป็นไอเดียที่แย่ที่สุดเลย แต่เราก็ยังทำมันอยู่ดี เราไม่สามารถควบคุมเสียงตอบรับที่คนมีต่อเพลงของเราได้ สิ่งที่เราควบคุมได้คือซื่อตรงในสิ่งที่เราจะทำและเรารักมัน เราทำงานด้วยแนวคิดนี้เสมอ เราทั้งรักและจริงใจกับอัลบั้มนี้ แล้วก็ได้แต่หวังว่าคนจะเข้าถึงมันได้ เหมือนกับตอนที่เราทำอัลบั้ม Hybrid Theory

 
Lucas : คุณเป็นคนทำปกอัลบั้มใช่ไหมโจ
 
Joe : ผมเป็นนายแบบนู้ดให้น่ะ //เอาจริ๊งงงงงงงง
 
Brad : คุณไม่ได้เห็นเขาโป๊หรอก มันอยู่ในขั้นตอนการผลิตน่ะ
 
Lucas : คุณใส่บิกินี่หรืออะไรทำนองนั้นเหรอ
 
Brad : ใช้ใบไม้จิ๋วๆ ปิด
 
Joe : อะไรทำนองนั้นแหละ ลองจินตนาการดูนะ
 
Brad : คุณคงไม่อยากจินตนาการในเรื่องนี้หรอกนะ
 
Lucas : ไม่อยู่แล้ว
 
Brad : มันเป็นความคิดที่แย่มาก อย่าไปคิดถึงดีกว่า
 
Lucas : เขาหล่อนะ แต่ไม่ใช่สเปคผม ขอโทษทีนะ 
 
55555555555555
 
Joe : ผมไม่ถือหรอก
 
Lucas : คุณทำงานร่วมกับไมค์ยังไงบ้างในปกอัลบั้มนี้
 
Joe : ผมเป็นเพื่อนกับศิลปินที่ชื่อว่า James Jean เขาร่างภาพสเก็ตช์ให้เยอะแยะ ซึ่งกลายเป็นต้นแบบของปก The Hunting Party เราเอาภาพสเก็ตช์นั้นมาทำให้กลายเป็นภาพ 3 มิติ แล้วก็ได้มาเป็นภาพบนแผ่นซีดี ปกอัลบั้มและไปปรากฏในเวทีคอนเสิร์ตของเราในที่สุด
 
 
Lucas : หวังว่าจะได้เห็นคุณใส่บิกินี่ในครั้งหน้านะ แม้ว่าจะเห็นหน้าคุณด้วย ผมก็จะโฟกัสแค่หุ่นของคุณ
 
Joe : คุณประชดหรือเปล่าเนี่ย
 
Lucas : ไม่รู้สิ ผมแค่พยายาม...
 
//โจส่ายหน้า
 
Lucas : เวลาที่วงอื่นๆ เริ่มไม่เป็นที่ชื่นชอบแล้ว พวกเขาก็พยายามหาทางที่จะทวงคืนความนิยมกลับมา บางทีก็ร้องเพลงในภาษาอื่นบ้าง พวกคุณเคยคิดที่จะทำเพลงละตินบ้างไหม
 
Brad : //อ้ำอึ้งอยู่นานมาก นอกจากการให้สัมภาษณ์ใช่ไหม
 
Lucas : ใช่ หมายถึงเพลงน่ะ
 
Brad : อยากให้ผมร้องให้ฟังตอนนี้เลยไหม
 
Lucas : ถ้าคุณกล้าพอนะ
 
Brad : เพื่อรักของเรานะ
 
แล้วคลิปก็จบจ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
ทิ้งท้ายไว้ว่า
" โจจะกล้าพอที่จะร้องมั้ย โจจะเอาชนะใจลูคัสได้หรือเปล่า ติดตามต่อในคลิปหน้า!"
 
ปล. คลิปนี้ฮาจริ๊งงงงงงงงง

ขอบคุณคลิปจาก lpfancorner.com ด้วยจ้า

VampMazter - XIII View my profile